ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 13 พฤศจิกายน นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย น.พ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข น.พ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ น.พ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ร่วมแถลงผลการจับกุมสถานพยาบาลและแพทย์เถื่อน โดยกระทรวงยุติธรรมได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สนธิกำลังเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นคลีนิก ชื่อ "Pulchala Clinic" เลขที่ 18/97 หมู่บ้านเทอเรซ ซอยรามอินทรา 65 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ และพบ น.ส.ณัฐชานันท์ พิทักษ์ชัยกร หรือ แนน อายุ 22 ปี ได้เช่าสถานที่แล้วเปิดคลินิกเถื่อน จึงควบคุมตัวมาสอบสวน และแจ้งข้อหานำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และเผยแพร่ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงข้อหาฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
นายธาริต กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่า น.ส.ณัฐชานันท์ ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์อ้างว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามทั้งที่ไม่ได้เป็นแพทย์จริงและมีการใช้ใบปริญญาบัตรและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพปลอมเพื่อสร้างความเชื่อถือ โดยน.ส.ณัฐชานันท์ เป็นเพียงนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามการลักลอบเปิดคลินิกเถื่อนนั้นทางกระทรวงยุติธรรม โดยดีเอสไอ และกระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา ได้ร่วมกันทำบันทึกข้อตกลงในการปราบปรามคลินิกและแพทย์เถื่อน โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุคลินิกเถื่อนหรือแพทย์ที่ต้องสงสัยว่าใช้ใบอนุญาตปลอม ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการร่วมฯ โทร. 090-1231230 หรือตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่มีใบอนุญาตถูกต้องได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา ที่มีฐานข้อมูลแพทย์อยู่เกือบ 5 หมื่นรายชื่อ
ด้าน น.พ.ประดิษฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขมีสถานพยาบาลภาครัฐอยู่ในการควบคุม 10,695 แห่ง และภาคเอกชนอีกเกือบ 18,000 แห่ง แต่ที่ผ่านมาพบว่ามีบริษัทหรือสถานพยาบาลเอกชนที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพจริงมาแอบอ้างตัวหลอกลวงให้บริการ สำหรับสถิติระหว่างเดือน ต.ค. 2555-กันยายน 2556 พบว่ามีการร้องเรียนคลินิกเถื่อนแล้ว 30 แห่ง โดยกรณีของคลินิกเถื่อนหากฝ่าฝืนจะมีโทษฐานฝ่าฝืน พ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 16 และมาตรา 24 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีหมอเถื่อน ถือเป็นการกระทำเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม มาตรา 26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีการปลอมแปลงเอกสาร ใบปริญญา และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา เข้าข่ายต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.พ.ประดิษฐ กล่าวต่อว่าแม้จะเปิดสถานประกอบการถูกต้องแต่หากมีการจ้างแพทย์ที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพก็ถือผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบด้วย ดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการด้านการแพทย์ควรตรวจสอบประวัติผู้ทำการรักษาอย่างรอบคอบ โดยสามารถตรวจสอบสถานประกอบการและแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข www.hss.moph.go.th หรือเว็บไชต์ขอวแพทยสภา www.tmc.or.th
แพทย์รายหนึ่งที่ถูกอ้างชื่อ กล่าวว่า เคยให้ข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการสมัครงานแพทย์กับผู้ต้องหาซึ่งเปิดเว็บไซต์รับสมัครแพทย์ตนจึงติดต่อและมอบเอกสารประกอบการสมัครงานไปได้ ต่อมามีเพื่อนติดต่อว่าพบว่าชื่อของตนถูกนำไปโพสต์ประกาศให้บริการด้านความงาม ดังนั้นขอเตือนถึงผู้ที่เข้ารับบริการด้านความงามควรตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพให้ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ทราบว่ามีแพทย์เถื่อนจำนวนมากที่อาศัยแอบอ้างชื่อผู้อื่นไปให้การรักษาที่ผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหา คือ น.ส.ณัฐชานันท์ ลงมาร่วมแถลงได้เนื่องจากเกิดอาการช็อคและเครียดจัด โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจากการสอบปากคำทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มีปัญหาครอบครัว ต้องหาเงินเรียนเอง จึงไปศึกษาวิธีการฉีดน้ำยาต่างๆให้กับเหยื่อทางเว็บไซต์ เพราะเห็นว่ารายได้ดีครั้งละประมาณ 10,000 บาท และทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รายจนกระทั่งมาถูกจับในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหา คือ น.ส.ณัฐชานันท์ ลงมาร่วมแถลงได้เนื่องจากเกิดอาการช็อคและเครียดจัด โดยต้องจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจากการสอบปากคำทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มีปัญหาครอบครัว ต้องหาเงินเรียนเอง จึงไปศึกษาวิธีการฉีดน้ำยาต่างๆให้กับเหยื่อทางเว็บไซต์ เพราะเห็นว่ารายได้ดีครั้งละประมาณ 10,000 บาท และทำมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 รายจนกระทั่งมาถูกจับในครั้งนี้